ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System) หรือ จีไอเอส (GIS)
หมายถึง ระบบข้อมูลที่เชื่อมโยงพื้นที่กับค่าพิกัดภูมิศาสตร์
และรายละเอียดของพื้นที่นั้นบนพื้นโลกโดยใช้คอมพิวเตอร์ที่ประกอบด้วย
ฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์เพื่อการนำเข้า จัดเก็บ ปรับแก้ แปลงวิเคราะห์ข้อมูล
และแสดงผลลัพธ์ในรูปแบบต่างๆ เช่น แผนที่ ภาพสามมิติ สถิติตารางข้อมูลร้อยละ
เพื่อช่วยในการวางแผนและตัดสินใจของผู้ใช้ให้มีความถูกต้องแม่นยำ
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เป็นระบบที่สามารถบันทึกข้อมูลเพื่อที่จะแสดงสภาพพื้นที่จริง
จึงมีการจัดเก็บข้อมูลประเภทต่างๆ เป็นชั้นๆ (layer) ซึ่งชั้นข้อมูลเหล่านี้เมื่อนำมาซ้อนทับกันจะแสดงสภาพพื้นที่จริงได้
องค์ประกอบหลักของระบบ GIS แบ่งออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
โปรแกรม ขั้นตอนการทำงาน ข้อมูล บุคลากร โดยมีรายละเอียดแต่ละองค์ประกอบ ดังนี้
1.
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ( Hardware )
เครื่องคอมพิวเตอร์รวมไปถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง
ๆ เช่น Digitizer , Scanner , Plotter ,
Printer หรืออื่น ๆ เพื่อใช้ในการนำเข้าข้อมูล ประมวลผลและแสดงผล
2. โปรแกรม ( Software )
เป็นชุดคำสั่งสำเร็จรูป เช่น Arc/Info , MapInfo ซึ่งในแต่ละโปรแกรมจะประกอบด้วยฟังก์ชันการทำงานและเครื่องมือที่จำเป็นต่าง
ๆ สำหรับนำเข้าและปรับแต่งข้อมูล จัดการระบบฐานข้อมูล เรียกค้น
วิเคราะห์และจำลองภาพ
3. ข้อมูล ( Data )
ข้อมูลต่าง ๆ ที่จะใช้ในระบบ GIS และถูกจัดเก็บมนรูปแบบของฐานข้อมูลโดยได้รับการดูแลจากระบบจัดการฐานข้อมูล
ข้อมูลจะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญรองลงมาจากบุคลากร
4. บุคลากร ( People )
บุคลากรจะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในระบบ GIS เนื่องจากถ้าขาดบุคลากร
ข้อมูลที่มีอยู่จะไม่มีคุณค่า เพราะไม่ได้ถูกนำไปใช้งาน อาจจะกล่าวได้ว่า
ถ้าบุคลากรก็จะไม่มีระบบ GIS เพราะว่าบุคลากรจะเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์โดยตรง
เช่น นำข้อมูลเข้า ช่างเทคนิค
ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล
ผู้เชี่ยวชาญสำหรับวิเคราะห์ข้อมูลและต้องใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ
5.
วิธีการและขั้นตอนการทำงาน ( Methods )
วิธีการที่องค์กรนั้น ๆ นำเอาระบบ GIS ไปใช้งาน โดยแต่ละระบบ แต่ละองค์กรย่อมมีความแตกต่างกันออกไป
ฉะนั้นผู้ปฏิบัติงานต้องเลือกวิธีในการจัดการกับปัญหาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับหน่วยงานนั้น ๆ
หน้าที่ของ GIS ( How GIS Works )
หน้าที่หลัก ๆ
ของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์มีอยู่ด้วยกัน 5 อย่างดังนี้
1.
การนำเข้าข้อมูล (Input)
ก่อนที่ข้อมูลทางภูมิศาสตร์จะถูกใช้งานได้ในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ข้อมูลจะต้องได้รับการแปลง ให้มาอยู่ในรูปแบบของข้อมูลเชิงตัวเลข (digital format) เสียก่อน เช่น
จากแผนที่กระดาษไปสู่ข้อมูลใน
รูปแบบดิจิตอลหรือแฟ้มข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์ที่ใช้ในการนำเข้าเช่น Digitizer
Scanner หรือ Keyboard เป็นต้น
2.
การปรับแต่งข้อมูล (Manipulation)
ข้อมูลที่ได้รับเข้าสู่ระบบบางอย่างจำเป็นต้องได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับงาน
เช่น ข้อมูลบางอย่างมีขนาดหรือสเกล (scale) ที่แตกต่างกัน หรือใช้ระบบพิกัดแผนที่ที่แตกต่างกัน
ข้อมูลเหล่านี้จะต้องได้รับการปรับให้อยู่ในระดับเดียวกันเสียก่อน
3.
การบริหารข้อมูล (Management)
ระบบจัดการฐานข้อมูลหรือ DBMS จะถูกนำมาใช้ในการบริหารข้อมูลเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพในระบบ
GIS DBMS ที่ได้รับการเชื่อถือและนิยมใช้กันอย่างกว้างขวางที่สุดคือ
DBMS แบบ Relational หรือระบบจัดการฐานข้อมูลแบบสัมพัทธ์
(DBMS) ซึ่งมีหลักการทำงานพื้นฐานดังนี้คือ
ข้อมูลจะถูกจัดเก็บ ในรูปของตารางหลาย ๆ ตาราง
4. การเรียกค้นและวิเคราะห์ข้อมูล
(Query and Analysis)
เมื่อระบบ GIS มีความพร้อมในเรื่องของข้อมูลแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ
การนำข้อมูลเหล่านี่มาใช้ให้เกิด ประโยชน์ เช่น
- ใครคือเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินผืนที่ติดกับโรงเรียน
?
- เมืองสองเมืองนี้มีระยะห่างกันกี่กิโลเมตร
?
- ดินชนิดใดบ้างที่เหมาะสำหรับปลูกอ้อย
?
ต้องมีการสอบถามอย่างง่าย ๆ เช่น
ชี้เมาส์ไปในบริเวณที่ต้องการแล้วเลือก (point
and click) เพื่อสอบถามหรือเรียกค้นข้อมูล นอกจากนี้ระบบ GIS
ยังมีเครื่องมือในการวิเคราะห์ เช่น การวิเคราะห์เชิงประมาณค่า (Proximity
หรือ Buffer) การวิเคราะห์เชิงซ้อน (Overlay
Analysis) เป็นต้น หรือ ต้องมีการสอบถามอย่างง่าย ๆ เช่น
ชี้เมาส์ไปในบริเวณที่ต้องการแล้วเลือก (point and click) เพื่อสอบถามหรือเรียกค้นข้อมูล
นอกจากนี้ระบบ GIS ยังมีเครื่องมือในการวิเคราะห์ เช่น
การวิเคราะห์เชิงประมาณค่า (Proximity หรือ Buffer) การวิเคราะห์เชิงซ้อน (Overlay Analysis) เป็นต้น
5.
การนำเสนอข้อมูล (Visualization)
จากการดำเนินการเรียกค้นและวิเคราะห์ข้อมูล
ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ในรูปของตัวเลขหรือตัวอักษร
ซึ่งยากต่อการตีความหมายหรือทำความเข้าใจ การนำเสนอข้อมูลที่ดี เช่น การแสดงชาร์ต
(chart) แบบ 2 มิติ หรือ
3 มิติ รูปภาพจากสถานที่จริง ภาพเคลื่อนไหว แผนที่ หรือแม้กระทั้งระบบมัลติมีเดียสื่อต่าง
ๆ
เหล่านี้จะทำให้ผู้ใช้เข้าใจความหมายและมองภาพของผลลัพธ์ที่กำลังนำเสนอได้ดียิ่งขึ้น
อีก ทั้งเป็นการดึงดูดความสนใจของผู้ฟังอีกด้วย
ประโยชน์ของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เป็นเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ที่มีประโยชน์มากต่อการจัดเก็บระบบข้อมูลซึ่งมีอยู่มากมาย
ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาทั้งด้านฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ทำให้ในปัจจุบันได้มีการนำ
GIS มาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย
ทั้งหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน
ในการใช้งานระบบสารสนเทศจะมีประโยชน์มากในการศึกษาวิชาภูมิศาสตร์
ถ้ารู้จักการใช้งาน การใช้งานระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์จะต้องมีเป้าหมายชัดเจน
รู้จักคัดเลือกข้อมูลมาวิเคราะห์ การใช้งานจะต้องวางแผนงานในการกำหนดคุณภาพ
มาตราส่วนของข้อมูลและที่สำคัญคือ
ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลนำไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยตลอดเวลา
การบูรณาการข้อมูลหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน
และสามารถสร้างแบบจำลองทดสอบเปรียบเทียบข้อมูลก่อนที่มีการลงมือปฏิบัติจริง
การใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ที่สำคัญได้แก่
1. ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เช่น
การกำหนดพื้นที่ป่าไม้ แหล่งน้ำ ทั้งบนผิวดินและใต้ดิน ธรณีวิทยาหินและแร่
ชายฝั่งทะเลและภูมิอากาศ
2. ด้านการจัดการทรัพยากรเกษตร เช่น
การแบ่งชั้นคุณภาพพื้นที่เกษตร ดินเค็มและดินปัญหาอื่น
ความเหมาะสมของพืชในแต่ละพื้นที่ การจัดระบบน้ำชลประทาน การจัดการด้านธาตุอาหารพืช
3. ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เช่น
การแพร่กระจายของฝุ่นและก๊าซ การกำหนดจุดเก็บตัวอย่างจาก โรงงาน
การป้องกันความเสียหายของโบราณสถานหรือสถานที่ท่องเที่ยว การป้องกันไฟไหม้ป่า
เป็นต้น
4. ด้านสังคม เช่น ความหนาแน่นของประชากร
เพศ อายุ การศึกษา แรงงาน ตำแหน่งของโรงเรียนและการเดินทางของนักเรียน เป็นต้น
5. ด้านเศรษฐกิจ เช่น
รายได้ของประชากรของหมู่บ้าน ตำบล สินค้าหลัก ตำแหน่งที่ตั้งของโรงงานประเภทต่างๆ
เป็นต้นอีกด้วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น